ชีวิต Slow life ณ เชียงคาน

share on:
ถนนคนเดินเชียงคาน

12637231_1258999954116960_1405618071_o  เชียงคาน เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ในปัจจุบันเป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่ในสายตานักท่องเที่ยว เป็นชุมชนที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมายาวนานกว่า 100 ปี  โดยมีบ้านไม้เก่าๆ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เท่านั้น แต่กลับมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เดินเที่ยวกันเต็มไปหมด อาจจะด้วยเพราะเมืองเชียงคานนี้เงียบสงบ บรรยากาศดี เหมาะกับการใช้ชิวิตวิถี Slow life และด้วยการที่เชียงคานยังคงความเป็นเอกลักษณ์แต่ผสมผสานกับความเป็นสมัยใหม่ที่ไม่มากจนเกินไปได้อย่างลงตัวในแบบฉบับของเชียงคาน

12656375_934012219979682_2068842269_o

 

กิจกรรมยอดฮิตเมื่อมาเยือนเชียงคาน

  1. ไหว้พระ  9 วัด
  •     วัดศรีคุณเมือง  ตั้งอยู่ที่ซอย 6 ถนนชายโขง ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ สร้างในแบบแปลกตา รูปร่างคล้าย โบสถ์ตามวัดภาคเหนือ ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบันภาพ ทั้งหมด เป็นภาพนิทานชาดก ชุดพระเจ้าสิบชาติ วัดศรีคุณเมือง มีพระพุทธรูปประธานที่เก่าแก่เป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาและนับถือของชาวอำเภอเชียงคานเป็นอย่างมาก คือ พระพุทธรูป ปูนปั้นนาคปรก ปางสมาธิ พระพุทธรูปใน อุโบสถวัดศรีคุณเมือง เป็นพระพุทธรูปนาคปรก ก่อด้วยอิฐถือปูน เป็นศิลปะล้านช้าง ผสมอยุธยา เป็นพระพุทธรูป ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นคนไทยและประชาชนจากฝั่งลาว หากมีโอกาสจะเดินทาง ข้ามแม่น้ำโขง เพื่อมากราบไหว้อธิษฐานขอพรในการเดินทางไปทำมาค้าขายให้สำเร็จรุ่งเรือง หรือให้ปลอดภัยจาก ภยันตราย ทั้งหลายทั้งปวง ใครที่มาขอพรจากพระประธานในพระอุโบสถวัดศรีคุณเมือง จะประสบความสำเร็จและสมหวังกันทุกคน
  • วัดโพนชัย ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างซอย 2-3 ชมพระอุโบสถที่มีรูปสถาปัตยกรรมล้านช้างผสมสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่พระยาศรีอรรคฮาตเป็นผู้สร้าง และเคยเป็นที่ตั้งที่ว่าการเมืองเชียงคาน ก่อนจะย้ายไปอยู่ในที่ปัจจุบันแก่งคุดคู้ห่างจากตัวเมือง เชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร
  • วัดป่ากลาง เดิมเป็นวัดเล็กๆ สองวัด คือ วัดกลางและวัดป่า เนื่องจากวัดกลางตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง จึงถูกน้ำกัดเซาะตลิ่งพัง เข้า มาถึงวัด ชาวบ้านจึงย้ายมารวมวัดสองวัดเข้าเป็นวัดเดียวกันเมื่อปี พ.ศ.2466 เรียกชื่อว่า “วัดป่ากลาง” ต่อมาสมัยพระมหาเกียรติ วฑฒิสาโร ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดมัชฌิมาราม” พระประธานในอุโบสถเป็น พระพุทธ รูปปูนปั้นปางมารวิชัย ภายในบริเวณวัด มีอาคารส้วมโบราณ ซึ่งชาวบ้านได้อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
  • วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ ซอย 14 วัดมหาธาตุ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเมืองเชียงคาน ไปชมพระอุโบสถไม้เก่าแก่รูปแบบล้านช้าง ภายในประดิษฐานพลวงพ่อใหญ่ บริเวณหน้าจั่วมีภาพเขียนบอกเล่าเรื่องราวประวัติเมืองเชียงคาน และมีเจดีย์ก่ออิฐที่เชื่อกันว่าสร้างทับรูพญานาค นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถหลังใหม่ ที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านช้างที่สวยงาม
  • วัดท่าแขก วัดเก่าแก่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงนับว่าเป็นบรรยกาศเย็นสบาย ภายในได้ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี นับว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนต่อเนื่อง มีประวัติเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์เมือง เชียงคาน เชื่อว่า “วัดท่าแขก” สร้างตรงกับสมัยขุนคานสร้างเมืองเชียงคาน บ้างก็สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในปี พ.ศ. 2020 เพราะมีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งเกิดศึกญวน พระเจ้าชัยจักรพรรดิแผ่นแผ้วกับข้าราชบริพารกลุ่มหนึ่ง หลบ หนีศึกสงครามมาตั้งบ้านเรือนอยู่สองฝั่งลำน้ำโขงบริเวณวัดศพ พระเจ้าสุวรรณบัลลังก์รัชกาลต่อมาได้สร้างพระยืน ขึ้นที่วัดศพ โดยสกัดจากหินผาฮดและได้สร้าง “วัดท่าแขก” พร้อมกันไปด้วย วัดท่าแขกแห่งนี้ให้ทางฝ่ายชาย ได้ร่วมมือกันสร้างขึ้น
  • วัดท่าคก นี้เชื่อกันว่าสร้างโดยพระยาศรีอรรคฮาต เจ้าเมืองคนสุดท้ายของเชียงคาน มีพระอุโบสถและศิลาจารึกด้านหน้า ให้ชม
  • วัดป่าใต้  ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2415 เดิมเป็นวัดป่าธุดงค์ สำหรับพระมาจำพรรษา ต่อมาพระครูศรสิริสุโข พร้อมด้วยชาว บ้านร่วมกันสร้างให้มั่นคงถาวรขึ้น พระอุโบสถเก่าแก่ประดับภาพจิตกรรมฝาผนังเป็นพุทธประวัติ ฝีมือช่างชาวเชียงคาน
  • วัดภูช้างน้อย ขึ้นภูไหว้พระใหญ่ อธิฐานขอพร ก่อนชมเมืองเชียงคานจากยอดภูช้างน้อย วัดภูช้างน้อยเป็นวัดป่า ซึ่งชาวเชียงคานได้สร้างขึ้น พระพุทธรูปองค์ใหญ่บนยอดเขามองเห็นเด่นเป็นสง่า ให้ทราบว่าท่านมาถึงเมืองเชียงคาน
    เมืองแห่งธรรมมะแล้ว
  • วัดสันติวนาราม  ตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2482 โดยพระครูพิทักษ์สังฆการ เป็นผู้นำชาวบ้านสร้างขึ้น เดิมชื่อว่า “วัดป่าศิริพิทักษ์อรัญญ วาส” ต่อมาพระพิมลธรรมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดสันติวนาราม” ภายในวัดมีมณฑปประดิษฐานรายพระพุทธบาท จำลอง และบริเวณรอบอุโบสถ มีพระพุทธรูปสีทองอร่าม ประดิษฐานเรียงรายนับร้อยองค์งดงามมาก

10846127_999565413393750_9135649283657003744_n2. ปั่นจักรยานชมเมืองโบราณ

เชียงคานเป็นเมืองเล็กๆ เหมาะกับการปั่นจักรยานเพื่อสัมผัสบรรยากาศของเมืองโบราณเล็กๆ ที่ไม่ล้าสมัย  และชมวิถีชีวิตของชาวเชียงคาน  รวมไปถึงการได้เห็นรอยยิ้มและมิตรภาพอันแสดงถึงความอบอุ่น และที่สำคัญได้ออกกำลังกายในการปั่นครั้งนี้

3.ตักบาตรข้าวเหนียว ในตอนเช้า โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่ และนักท่องเที่ยวตักบาตรในตอนเช้าๆบริเวณหน้าบ้านเรือน

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด

  1. เที่ยวชมทะเลหมอก ที่ ภูทอก มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนยอดภูเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน  โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงคานประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกในยามเช้าในช่วงฤดูหนาว เป็นจุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเชียงคาน
  2. แก่งคุดคู้  ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร  เกิดจากการทอดตัวของแนวก้อนหินขนาดน้อยใหญ่ลงไปในแม่น้ำโขง ซึ่งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่น้ำแห้ง ทำให้มองเห็นโขดหินและเกาะแก่งสวยงามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และยังมองเห็นประเทศลาว ซึ่งอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำโขง และมีร้านอาหาร ที่พัก และร้านขายของที่ระลึกมากมาย
  3. หมู่บ้านวัฒนธรรมบ้านไทดำ บ้านนาป่าหนาด ตั้งอยู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว เดิมชาวไทดำอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๔๘ มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ปัจจุบันยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ มีการท้อผ้าพื้นเมือง นักท่องเที่ยวสามารถชมการท้อผ้า และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวไทดำ

การเดินทาง

1.โดยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ

  • ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงอำเภอหล่มสัก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มเก่า อำเภอภูเรือ เข้าสู่ตัวจังหวัดเลย และเดินทางต่ออีก ประมาณ 50 กิโลเมตร ถึงอำเภอเชียงคาน
  •  ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จนถึงจังหวัดสระบุรี แล้วแยกใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จนถึงอำเภอสีคิ้ว แยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ อำเภอภูเขียว อำเภอชุมแพ อำเภอภูกระดึง อำเภอหนองหิน อำเภอวังสะพุง จนถึงจังหวัดเลย และเดินทางต่ออีก ประมาณ 50 กิโลเมตร ถึงอำเภอเชียงคาน
  • การเดินทางโดยทางเครื่องบิน โดยลงที่ท่าอากาศยานเลย มีสายการบิน นกแอร์ และไทยแอร์เอเชีย (เริ่มบิน 9 ก.พ. 2558) จาก ท่าอากาศยานดอนเมือง – ท่าอากาศยานเลย และ ท่าอากาศยานเลย – ท่าอากาศยานดอนเมืองให้บริการทุกวัน และต่อรถโดยสารรถประจำทาง เลย-เชียงคาน อีกประมาณ 50 กิโลเมตร
  • การเดินทางโดยรถโดยสาร รถโดยสารจากกรุงเทพมหานคร สายกรุงเทพฯ-เมืองเลย-เขียงคาน
  • มีผู้ประกอบการหลายราย เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด(สาย 29) แอร์เมืองเลย (สาย29),ขอนแก่นทัวร์ ,ชุมแพทัวร์,ภูกระดึงทัวร์  และมีรถโดยสารระหว่างภาค สาย 808 นครราชสีมา-เชียงคาน

ขอบคุณภาพประกอบ pantip.com

Comments

comments