‘บอลไทยไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง’ บทความจาก ‘อรรณพ’

share on:

บทความนี้ ‘ยอดี้’ sport.mthai.com เห็นว่าดีและน่าจะมีประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลไทย อย่างมาก เพราะได้มีการนำเสนอไอเดียที่จะพัฒนาวงการลูกหนังไทยมากมาย จึงหยิบยกนำมาฝากแฟนบอลไทย ทุกท่าน รวมถึงนายกลูกหนังไทยด้วย ที่หากอ่านแล้วโดนใจจะหยิบนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ก็ได้ก็ดีเหมือนกันน่ะครับ เพราะเราก็อยากเห็นทีมชาติไทยพัฒนาเหมือนกัน.

ถึงแฟนบอลฉลามชลที่รักทุกท่าน (อรรณพ)

มีแฟนบอลชลบุรี เอฟซี รวมไปถึงแฟนบอลสโมสรอื่น ๆ ถามผมด้วยประโยคเดิม ๆ ว่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผมลงคะแนนเสียงเลือกใครเป็นนายกสมาคมฟุตบอลฯ ผมก็ตอบไปตามความจริงว่าผมและเพื่อน ๆ สมาชิกในเขตชลบุรี ซึ่งมีประมาณ 25 เสียง ได้ตัดสินใจเทคะแนนให้ คุณวิรัช ชาญพาณิชย์ (ภาพล่างซ้าย) ตามที่ผมเองได้ประกาศผ่านสื่อมวลชนไปตั้งแต่หลังล้มการเลือกตั้งในครั้งแรก เพราะกลุ่มของชลบุรีอยู่กับฟุตบอลไทยมานาน และเล็งเห็นว่าผู้บริหารของสมาคมฯไม่สามารถแสดง “ศักยภาพ” ความสามารถในการพัฒนาฟุตบอลไทยไปได้มากกว่านี้

ผมมี “จุดยืน”ที่ชัดเจนมาตั้งแต่แรก ด้วยจุดประสงค์ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นต่อวงการ ฟุตบอลไทย แต่ในอีกด้านหนึ่งทางกลุ่มชลบุรีก็ทราบดีว่า ด้วยคะแนนเสียงเท่านี้คงมิอาจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ได้ อย่างไรก็ตามแม้จะรู้ว่าการแข่งขันครั้งนี้มีความพ่ายแพ้รออยู่เบื้องหน้า แต่ผมก็จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อ แสดงเจตนารมณ์ และ “จุดยืน” อันแน่วแน่ต่อวงการลูกหนังไทย ด้วยคะแนนเสียงที่มีอยู่

ผมขอขอบคุณคะแนนเสียงของพันธมิตร ผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งหมด 44 เสียง ที่มอบให้คุณวิรัช ชาญพาณิชย์ ซึ่งแม้จะพ่ายแพ้ด้วยคะแนนที่ขาดลอย และไม่อาจเปลี่ยนแปลงนายกฯและระบบการบริหารของสมาคมฟุตบอลฯ ในครั้งนี้ได้ แต่ด้วยพลังเสียงอันบริสุทธิ์เหล่านี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็น “มิติใหม่” และ “นิมิตหมาย” อันดี ต่อวงการลูกหนังไทย ที่จะทำให้คุณวรวีร์ ได้กลับไปทบทวนถึงการบริหารงานที่ผ่านมาว่า มีสิ่งใดที่จะต้องนำกลับไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พร้อมแก้ไข เพื่อให้เป็นที่ “พอใจ” ของหมู่สมาชิกอีกถึง 44 เสียง ซึ่งไม่ได้ลงคะแนนเลือก คุณวรวีร์

การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ครั้งนี้ได้จบ ลงไปแล้ว ซึ่งผมและสมาชิกของชลบุรี “ยอมรับ” กับผลการเลือกตั้ง และขอแสดงความยินดี กับคุณวรวีร์ มะกูดี ที่จะได้นั่งบริหารสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมพัฒนาวงการฟุตบอลไทยต่อไป

อย่างไรก็ตามทางผมและเพื่อนสมาชิกที่คลุกคลี และฝ่าฟันทำฟุตบอลไทยมากว่า 20 ปี ขอฝากนโยบายที่ “พวกเรา” คิดว่าจะสร้างประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลไทย ให้คุณวรวีร์ มะกูดี ช่วย “พัฒนา” พร้อม “ส่งเสริม” ให้นโยบายต่างๆเหล่านี้ เป็น “รูปธรรม” จับต้องได้มากยิ่งขึ้น ดังต่อไปนี้

1. จริงจังกับการพัฒนา และสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ทั้งในด้านเทคนิค และบริหารจัดการกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่การจัดแข่งขัน, เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี, เจ้าหน้าที่การตลาด, เจ้าหน้าที่สื่อมวลชน เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทย ขาดบุคลากรเหล่านี้จำนวนมาก

2. นำตัวแทนจากสโมสรต่างๆ ในการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก, ดิวิชั่น 1 และ ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เข้าไปดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เพื่อมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ พร้อมดูแลผลประโยชน์ และให้ความ “ยุติธรรม” กับสโมสรต่างๆ ที่ร่วมแข่งขันโดยเท่าเทียมกัน รวมไปถึงรักษาผลประโยชน์ของ ”แฟนบอล” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการประสบความสำเร็จของฟุตบอลไทย

3. พัฒนาฟุตบอลในระดับเยาวชนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างฐานกีฬาฟุตบอลให้แข็งแกร่ง และยั่งยืน โดยสร้างทัวนาเมนต์ ฟุตบอลระดับเยาวชนรายการต่างๆ ตั้งแต่อายุ 10, 12, 14, 16 และ 18 ปี ให้มีการแข่งขัน พัฒนาต่อเนื่อง ตลอดปี จากนั้นเด็กเหล่านี้จะเข้าสู่สโมสร เพื่อแข่งขันรายการยูธคัพของไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป

4. พัฒนาองค์กรผู้ตัดสิน วางกฎระเบียบปฏิบัติ สร้างมาตรฐานการตัดสิน รวมถึงขั้นตอนการอุทธรณ์ต่างๆ ให้มีความ “โปร่งใส” “ชัดเจน” และตรวจสอบได้

5. สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือของบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สมาคมฯ เป็นของคนไทยทุกคน ดังนั้นควรจะให้ความสำคัญกับแฟนบอล ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็น อันจะเกิดประโยชน์ต่างๆ สมาคมฯ ควรรับฟัง พร้อมปฎิบัติตาม

6. บริหารองค์ความรู้ เพื่อให้สโมสรสมาชิก และแฟนบอลทั่วประเทศ ได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องรวดเร็ว และเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากที่ผ่านมาข้อมูลที่ถูกต้องซึ่งส่งผ่านมาจาก ฟีฟ่า หรือ เอเอฟซี เมื่อมาถึงสมาคมฟุตบอลฯ มักถูก “บิดเบือน” ข้อเท็จจริง จนทำให้ สโมสรสมาชิก และ แฟนบอลเข้าใจผิด

7. เปิดเผย “งบดุล” รายรับ รายจ่าย ของสมาคมฯ เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน เข้าไปตรวจสอบถึงที่มา ที่ไป และการนำเงินงบประมาณต่าง ๆ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สุดท้ายนี้ ผมหวังว่าการนำเสนอในครั้งนี้ น่าจะเกิดประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลไทยบ้าง ไม่มากก็น้อย ส่วนตัวของผมขอยืนยันกับแฟนบอลชลบุรี เอฟซี และแฟนฟุตบอลไทยทั่วประเทศว่า แม้ คุณวิรัช ชาญพาณิชย์ จะไม่ได้รับโอกาสเข้าไปบริหารสมาคมฟุตบอลฯ แต่ผมและสมาชิกของชลบุรีจะนำนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ มาปรับใช้กับ สมาคมฟุตบอลจังหวัดชลบุรี และสโมสรชลบุรี เอฟซี เพื่อพัฒนาและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่วงการฟุตบอลไทยต่อไป ตามคำขวัญ “Mission Possible” เพื่อฟุตบอลไทย ยากแค่ไหนต้องทำได้

อรรณพ สิงห์โตทอง  ผู้จัดการทั่วไปสโมสรชลบุรี เอฟซี

ขอบคุณข้อมูลข่าว-ภาพ www.chonburifcstore.com

 

Comments

comments