เจ้าหน้าที่ภูหลวงบุกจับทำลายป่าต้นน้ำสักชลสิทธ์ หลังยางพารา ข้าวโพดราคาดี

share on:

เวลา 09.00 น. วันที่ 25 ม.ค.54 นายชัยณรงค์ ดูดดื่ม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฯ 60 นาย พร้อมสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบ และทำการตรวจยึด พื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก รวม 2 แปลง ราว 100 ไร่ ในเขตบ้านหินสอ หมู่ 6 ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ จ.เลย ห่างจากถนนสายภูเรือ-หินสอ เพียง 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำปาสัก เป็นต้นกำหนด แม่น้ำป่าสัก ซึ่งไหลผ่าน จ.เพชรบูรณ์ ลงสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยเจ้าหน้าที่เดินทางด้วยรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ จำนวน 5 คัน เข้าไปตามถนนลูกรัง ไต่ไปตามไหล่เขาที่มีความลาดชัน พบพื้นที่ป่าดั้งเดิมซึ่งอุดมไปด้วย ไม้เนื้อแข็งยืนต้นหวงห้ามที่มีค่า เช่น ต้นไม้ประดู่ ไม้มะค่า และไม้ตะแบก จำนวนกว่า 200 ต้น ถูกตัดโค่น รวมทั้งต้นไม้ไผ่ ที่เป็นที่สร้างความชุ่มชื้น และเป็นพื้นที่ซับน้ำ ชลอการไหลของน้ำในช่วงหน้าฝน  เจ้าหน้าที่กระจายกันสำรวจทั่วบริเวณ แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด

นายชัยณรงค์ ดูดดื่ม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง กล่าวว่า พื้นที่เขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวงมีพื้นที่ทั้งหมดรวม 560,593 ไร่  เป็นแหล่งต้นน้ำสายสำคัญ เช่น แม่น้ำเลย แม่น้ำป่าสัก น้ำทบ น้ำสาน ซึ่งลำน้ำป่าสัก เป็นที่บรรจบของสายน้ำเล็กๆบนเทือกเขาภูหลวง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอของจังหวัดเลย มี อำเภอวังสะพุง ภูหลวง ภูเรือ ด่านซ้าย และบางส่วนของอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ไหลจากบริเวณ บ้านหินสอแห่งนี้ รวมกันเป็นแม่น้ำป่าสักที่จังหวัดเพชรบูรณ์  และไปรวมกับอีกครั้งกักเก็บที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี และมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยุธยานับความยาวได้ประมาณ 513 กิโลเมตรหล่อเลี้ยงแก่ชาวเกษตรกรที่ไหลผ่าน 5 จังหวัด มีจังหวัดเลย เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี และอยุธยา

นายชัยณรงค์ ดูดดื่ม เปิดเผยอีกว่า มีราษฏรอาศัยอยู่รอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงจำนวน 12 หมู่บ้าน พบมีทำการบุกรุกป่าต้นน้ำเป็นจำนวนมาก ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มีการจับกุม ดำเดินคดีไปแล้ว 16 คดี สำหรับ การจับกุมครั้งนี้น ผู้ต้องหา ได้หลบหนี เมื่อได้ยินเสียงรถเจ้าหน้าที่ มีพื้นที่ต้นน้ำ 83,488 ไร่ หรือประมาณ 133.58 ตารางกิโลเมตร มีชาวบ้านบุกรุกทำลายไปแล้ว ประมาณ 10,000-15000 ไร่ ในการเข้าจับกุม จะถูกชาวบ้านกล่าวหาว่ากลั่นแกล้ง พร้อมเข้าขัดขวาง ซึ่งทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ก็ไม่นิ่งนอนใจ ซึ่งปัจจุบันราคาข้าวโพด และยางพารามีราคาดี เป็นเหตุให้มีนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ชาวบ้าน พร้อมทั้งว่าจ้างให้เข้ารุกป่า ทยอยคืบเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงทุกปี ทางเขตได้ออกประชาสัมพันธ์ พร้อมสร้างแนวร่วมป้องกันรักษาป่า นอกจากนี้ยังเข้าทำการจับกุม ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัด ที่เข้ามาบุกรุกจับดำเนินคดีเมื่อปีที่แล้ว 2 รายแล้ว อาทิ คดีของ พ.ท.ประยูร ผิวผ่อง เจ้าหน้าที่ กรอ.รมน. ศาลทหารตัดสินให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พร้อมโทษจำคุก ขณะนี้อยู่ในระหว่างอุทธรณ์ อีกคดี เป็นของบุตรชาย รอง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัด ผลคดีศาลตัดสินเช่นกัน ซึ่งมีบางส่วนของชาวบ้านไม่กล้า แต่ปรากฏว่าหลังจาก ยางพารามีราคาดี ก็กลับมาบุกรุกอีก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักอีกครั้ง


สื่ออิสระเลย

Comments

comments