แพทย์ศิริราชเผย ในระหว่างประชวร ในหลวง ร.9 ทรงงานตลอดเพราะห่วงราษฎร

share on:

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงวางพวงมาลาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หน้าพระบรมโกศในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตฯช่วงเช้า ด้านโรงพยาบาลศิริราชจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ขอประชาชนตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของ “ในหลวง” ด้วยการดำรงตนให้สอดคล้องกับพระบรมราโชวาท ที่จะช่วยให้ประเทศเจริญก้าวหน้า และเปลี่ยนความเศร้าโศกมาเป็นพลังให้คนไทยหันมารู้รักสามัคคี อย่างที่พระองค์ต้องการ เผย “ในหลวง” ทรงอดทนอย่างมากในการฟื้นฟูสภาพร่างกาย และทรงห่วงประชาชนตลอดแม้ประชวร ห้องทรงงานอยู่ติดกับห้องคนไข้ ทั้งทรงมีพระราชดำรัสให้แพทย์อย่าดูถูกคนไข้ ส่วนคนไทยแห่ทำดีเพื่อ “พ่อ” แจกอาหาร น้ำดื่ม พร้อมจิตอาสาเก็บขยะ พสกนิกรกว่า 3 หมื่นคน แห่ลงนามแสดงความอาลัย

ปวงไทยทั้งแผ่นดินยังโศกเศร้าอาดูร ถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงดุจดั่งดวงแก้วล้ำค่า ที่เสด็จสู่สรวงสวรรค์ทิพยวิมานบนฟากฟ้าสุราลัยแล้ว โดยหลั่งไหลเดินทางมาแสดงความไว้อาลัยและสักการะพระบรมศพที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหา ราชวัง กันตลอดทั้งวันทั้งคืน บางส่วนเดินทางมารอถวายสักการะพระบรมศพและร่วมลงนามแสดงความอาลัยกันตั้งแต่ดึกวันที่ 18 ต.ค.ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่หกของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระ ราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นวันครบรอบวันสวรรคต ครบ 7 วัน เป็นการบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร

ร้องเพลงสรรเสริญฯร่วมอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศมาว่า เมื่อช่วงเวลา 02.00 น. วันที่ 19 ต.ค. เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร นำรถบรรทุกน้ำมาฉีดล้างฝุ่นบนถนน เพื่อความสะอาดเรียบร้อย ขณะที่กลุ่มประชาชนจากทั่วทิศ ยังคงเดินทางมา กราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริเวณด้านนอกพระบรมมหาราชวังกันอย่างต่อเนื่อง มีบางกลุ่มนำเครื่องดนตรีทรอมโบนวาล์ว มาเป่าขับกล่อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกันด้วยความอาลัย โดยสมาชิกที่ร่วมร้องเพลงบางราย ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหวร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

เข้าแถวยาวแต่เช้ามืดรอลงนาม

ส่วนที่หน้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ประชาชนทยอยมาจับจองที่เพื่อรอเข้าร่วมลงนามแสดงความอาลัยบนศาลาสหทัยสมาคม ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าร่วมลงนาม เป็นวันที่ 5 ตลอดทั้งวันพสกนิกรผู้ภักดีมายืนต่อแถวรอยาวเหยียด ไปตลอดแนวถนนหน้าพระธาตุ กรมศิลปากร จดแยกตัดถนนพระจันทร์ ท่ามกลางอากาศอันร้อนอบอ้าว มีกำลังทหารจากกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ กองทัพภาคที่ 1 มาตั้งจุดกองอำนวยการร่วม หน้าวัดมหาธาตุรับหน้าที่แทนตำรวจในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มา ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานคร นำพัดลมขนาดใหญ่มาติดตั้งตามเต็นท์บนถนนหน้าพระธาตุ ช่วยบรรเทาความร้อนอบอ้าว ทั้งนี้ระหว่างที่ประชาชนมาต่อแถว เพื่อรอเข้าพระ บรมมหาราชวัง มีหน่วยงานองค์กรภาคส่วนต่างๆตลอดจนกลุ่มจิตอาสานำอาหาร น้ำเครื่องดื่ม พัด ภาพพระบรมฉายาลักษณ์มาแจกจ่ายกันอย่างไม่ขาด

พระเทพฯเสด็จฯบำเพ็ญกุศลเช้า

เวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติ หรืออภัยมุทรา ด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียวภายใต้นพปฏลมหาเศวตฉัตร พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทั้งไทย–ต่างชาติมาร่วมแสดงความอาลัย

เวลา 08.01 น. สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ขึ้นไปสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ ลงนามในสมุดหลวง แสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากพสกนิกรชาวไทยแล้ว ยังมีชาวต่างชาติจำนวนมาก เดินทางมาร่วมลงนาม ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้นำจอโปรเจกเตอร์ขนาด ใหญ่ มาตั้งข้างศาลาสหทัยสมาคม ถ่ายทอดภาพสารคดีพระประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เหล่าพสกนิกรได้รับชม

ทวยราษฎร์ยังเศร้าอาดูรมิคลาย

ขณะเดียวกัน มีการติดตั้งลำโพงขนาดเล็ก ถ่ายทอดสด เสียงพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรม พระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มาที่หน้าศาลาสหทัยสมาคม เพื่อให้ผู้ที่เดินทางมาทั้งหมดได้มีส่วนร่วมในพิธีกรรมอันสำคัญอย่างใกล้ชิด ทั้งนำรถ 4 ล้อ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าขนาดเล็ก มาวิ่งรับส่งคนชรา ผู้ป่วย คนพิการ ที่เดินทางมา ตลอดวันมีประชาชน มารอลงนามแสดงความอาลัย ต่อเป็นแถวยาวออกไปนอกกำแพงวัง ทั้งช่วงบ่าย ยังได้มีฝนตกลงมา แต่ไม่ทำให้ความตั้งใจพสกนิกรลดลง ต่างนำร่ม เสื้อกันฝนออกมาคลุมกาย เพื่อให้ต่อแถวเข้าไปร่วมแสดงความไว้อาลัยได้ตามที่ตั้งใจ ขณะที่บรรยากาศบนศาลาสหทัยสมาคม เต็มไปด้วยความเศร้าสลด ประชาชนหลายคนยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียองค์พระมหากษัตริย์ในดวงใจ ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา ทันทีที่เห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์

ตัวแทนนานาชาติแสดงความไว้อาลัย

นอกจากนี้ ที่ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระ บรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวัน มีคณะทูตานุทูตจากนานาประเทศ และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ จำนวนมาก อาทิ สวีเดน ไอซ์แลนด์ ซีเรีย สาธารณรัฐเยเมน กินี คองโก นามิเบีย ผู้แทนสำนักงานที่ปรึกษาพิเศษ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ จำนวนมาก อาทิ ผู้แทนจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ผู้แทนองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก ฯลฯ เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ชาวออสซี่ประทับใจคนไทยรักในหลวง

วันเดียวกันมีนายแมททิว คริสโตเฟอร์ แนนซ์ ชาวออสเตรเลีย วัย 43 ปี กล่าวว่า เดินทางมาถึงประเทศไทยวันที่ในหลวงเสด็จสวรรคตพอดี แม้ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ แต่รู้จักพระองค์จากข่าวสารต่างๆที่ปรากฏมาจึงทำให้ทราบว่าทรงช่วยเหลือคนไทยที่ยากจนมาตลอด จึงทรงได้รับความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ส่วนตัวแม้ได้แต่เพียงทราบข่าวพระราชกรณียกิจของพระองค์ ยังมีความประทับใจแทนคนไทย จนอยากให้ประเทศออสเตรเลียมีพระมหากษัตริย์แบบคนไทยบ้าง นอกจากนี้ ยังประทับใจภาพคนไทยที่พร้อมใจกันสละเวลาและทุนทรัพย์ เดินทางมาแสดงความอาลัย แสดงให้เห็นความรักของคนไทยที่มีต่อสถาบันสูงสุด จึงดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความอาลัย ร่วมกับคนไทยในวันนี้

ถวายเพลพระพิธีธรรมช่วงเช้า

ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.สมโภช ชุมพล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

น้ำพระทัย “พระองค์โสม”

ส่วนที่หน้ากรมศิลปากร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะอุปนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) รับสั่งให้มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย นำอาหารและผลไม้มาแจกจ่ายประชาชนที่มาตั้งแถวรอเข้าลงนามแสดงความอาลัย เป็นวันที่ 3 ประกอบด้วยข้าวเหนียวไก่ทอดปรุงสดและผลไม้ แอปเปิ้ลสด นางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก กล่าวว่า พระองค์โสมรับสั่งเพิ่มเติมมาว่า ให้ดำเนินการแจกจ่ายต่อไปเรื่อยๆโดยเฉพาะในวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งเป็นวันบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร และขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยไปถามคนที่กำลังอยู่ในแถวเข้าศาลาสหทัยสมาคมด้วย เพราะบางคนอาจจะหิว แต่ไม่สามารถออกมาจากแถวเพื่อรับอาหารที่ซุ้มของมูลนิธิฯ จึงให้เดินไปส่งให้ถึงมือ

แพทย์ศิริราชจัดพิธีสัตตมวาร

อีกด้าน เวลา 10.20 น. ที่ห้องจุฬาภรณ์ ชั้น 2 ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดอมรินทราราม วรวิหาร จำนวน 10 รูป ท่ามกลางผู้บริหาร คณะแพทย์ พยาบาล บุคลากร และนักศึกษาแพทย์ร่วมในพิธี

จัดสัปดาห์ปฏิบัติธรรมอุทิศถวาย

นอกจากนั้น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้จัดสัปดาห์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างนี้ถึงวันที่ 21 ต.ค. ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อบำเพ็ญอุทิศถวายและเฉลิมพระเกียรติที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทยนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนา รวมถึงวงการแพทย์และสาธารณสุข นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. เวลา 15.00-16.00 น.จะมีพิธีสวดพระอภิธรรม ถวายแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาศิริราช 100 ปี เว้นวันหยุดราชการ

เปลี่ยนความเศร้าโศกเป็นพลัง

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้ประชาชนได้ตระหนักก็คือ หลังจากเศร้าโศกเสียใจแล้ว สิ่งที่เราจะตอบแทนพระคุณของพระองค์ท่าน ควรกลับมาทบทวนพระบรมราโชวาท ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้ และช่วยกันดำรงตนให้สอดคล้องกับพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้าที่สุด ปรับเปลี่ยนความเศร้าโศกให้เป็นพลังให้คนไทยหันกลับมารู้รักสามัคคีกัน ช่วยให้ราษฎรของพระองค์ท่านทุกคนได้สิ่งที่ดีที่สุด

นำที่ประทับชั้น 16 ทำพิพิธภัณฑ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประทับของพระองค์ท่านชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ หลังจากนี้ไปจะทำอะไร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า สิ่งที่ศิริราชจะทำ แต่ต้องขออนุญาตกับทางสำนักพระราชวังก่อน คือ อยากจะสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่าน และอยากจะมีเหมือนกับห้องที่รวบรวมเรื่องราวที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้กับศิริราช เพราะพระองค์เสด็จฯมาประทับและทรงงานที่ศิริราชมากกว่า 20 ปีแล้ว อาจจะทำเป็นโครงการ จะจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ หรือเสมือนหนึ่งพิพิธภัณฑ์ จะต้องปรึกษากับสำนักพระราชวังก่อน

เผยทรงห่วง ปชช.ตลอดแม้ประชวร

ในส่วนความรู้สึกของแพทย์ ที่เคยถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า ขณะที่ทรงพระประชวรและมีพระวรกายแข็งแรงขึ้นแล้ว พระองค์มักจะเสด็จลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ มาทอดพระเนตรระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา และทอดพระเนตรพระบรมมหาราชวัง ทรงห่วงใยประชาชนในเรื่องน้ำท่วมเป็นอย่างยิ่ง ตอนนั้นมีตำแหน่งคณบดี ถวายรายงานตั้งแต่ 12 ส.ค.54 ก่อนน้ำจะมาในเดือน ต.ค.54 แสดงให้เห็นถึงสายพระเนตรที่ยาวไกล ถวายรายงานทุกวัน ทั้งทางวาจาและลายลักษณ์อักษร แม้ขณะลงลิฟต์มาพร้อมกับพระองค์ท่าน ก็ทรงถามระดับน้ำตลอดเวลา และจะต้องตอบได้ทุกครั้ง พระองค์ทรงงานตลอดเวลาแม้ว่าเพิ่งจะฟื้นจากพระอาการประชวร

ทรงแก้ไขปัญหาจราจรฝั่งธนบุรี

อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวอีกว่า การทรงงานของพระองค์หลังจากเสวยพระกระยาหารเสร็จ จะเสด็จฯออกยังห้องทรงงาน ที่อยู่ด้านชั้น 16 ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทอดพระเนตรความเป็นไปของฝั่งพระนคร บางครั้งนำเสด็จขึ้นไปบนดาดฟ้า ให้ทอดพระเนตรสิ่งต่างๆ พยายามที่จะทำให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญมากที่สุด พระองค์ทอดพระเนตรเห็นการจราจรฝั่งธนบุรีที่ติดขัด เลยมีพระราชดำริจะ ช่วยเหลือประชาชนฝั่งธนบุรี ต้องนำแผนที่มาถวาย ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลศิริราช รวมทั้ง คำนวณว่ามีประชาชนผ่านโรงพยาบาลนี้เท่าใด โดยทำเป็นทีมงาน ทรงมีรับสั่งว่าจะแก้ไขปัญหาการจราจรโดยรอบศิริราชและฝั่งธนบุรีให้ จนทำให้เกิดถนนลอยฟ้า การขยายสะพานอรุณอมรินทร์ ถนนโลคัลโรดรอบศิริราช และจะมีโครงการรถไฟลอยฟ้ามาขึ้นที่หน้าสถาบันการแพทย์ศิริราช

เผย “ในหลวง” ทรงอดทนอย่างมาก

ศ.คลินิค นพ.ธีรวัฒน์กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่ประทับใจมากที่สุด ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดก็คือได้ถวายงานแก่พระองค์ท่าน สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างในเรื่องการแพทย์ คือความอดทนของพระองค์ท่าน ในการฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังจากประชวร ทรงมีความ อดทนอย่างยิ่ง การรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มีอายุมากขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ยากอย่างยิ่ง และพระองค์ทรงอดทนมาก ไม่ว่าจะเป็นเสด็จพระราชดำเนินก็ตาม ลุกจากพระที่นั่งก็ตาม หรือแม้แต่ขณะที่ทรงดีขึ้น พระองค์ทรงจักรยานเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ฟื้นฟูสภาพพระวรกายได้เร็วขึ้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ห้องทรงงาน พระองค์ท่านลักษณะเป็นอย่างไร ศ.คลินิค นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า เป็นห้องที่อยู่ติดกับห้องผู้ป่วย ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ เป็นห้องโล่งๆ กว้างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีโต๊ะทรงงาน พระเก้าอี้ เมื่อพระองค์มาทรงงานก็จะมองสิ่งต่างๆ โดยรอบ

พระราชดำรัสให้แพทย์อย่าดูถูกคนไข้

อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ กล่าวว่า จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่เกิดการฟ้องร้อง ทางการแพทย์มากมาย ตนและคณะแพทย์ 3-4 คนได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ พระองค์ ท่านมีรับสั่งว่า ขอให้ทุกคนอ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร พระราชกระแสนี้ ได้นำมามอบให้แพทย์ นักศึกษาแพทย์ แพทยสภา และบุคลากรทางการแพทย์ ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร หมายถึงว่า ต้องให้เกียรติกับทุกๆคน เพราะฉะนั้นไมตรีจิตจะเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ก็จะดีขึ้น ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ตอนที่รับตำแหน่งคณบดีคณะแพทย์ใหม่ๆ พระองค์ทรงรับสั่ง สองประโยคสั้นๆว่า ให้เป็นนักเรียนใหม่ ตั้งใจทำงาน คือต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในทุกๆเรื่อง เวลาเสด็จลงจากที่ประทับจะเห็นสายพระเนตร ที่มองประชาชนด้วยความอ่อนโยน การที่ประชาชนถวายกำลังใจ ทั้งถวายดอกไม้ เปล่งเสียงทรงพระเจริญก็ตาม ทรงได้ยินตลอด และมีพระพักตร์แจ่มใส เพราะผู้ป่วยทุกคนต้องการกำลังใจ

ทุกพระองค์เสด็จฯพระที่นั่งดุสิตฯ

เวลา 17.32 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ บำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระบรม วงศานุวงศ์ คณะองคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะตุลาการ คณะสมาชิกสภานิติบัญญัติ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าละอองธุลีพระบาท เฝ้ารับเสด็จ

พระบรมฯวางพวงมาลาสมเด็จพระนางเจ้าฯ

จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม มกุฎราชกุมาร ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วางพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระ พุทธมนต์ จบ ถวายอนุโมทนา พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) รองเจ้าอาวาส วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แสดงพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถา

ต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบ พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทรงพระกรุณาฯให้จัดพิมพ์หนังสือพระอภิธรรม

อนึ่ง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดพิมพ์หนังสือพระอภิธรรม ภาษาบาลี และคำแปลเป็นภาษาไทย พระราชทานแก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธี เพื่อเป็นอนุสรณ์วิทยาทาน

เสด็จฯบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมฯ

เวลา 21.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเย็น โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

บริการ “นวดฟรี” ทำดีเพื่อพ่อ

ในส่วนของความมีน้ำใจของคนไทย ที่พากันรวมตัวจัดข้าวปลาอาหาร น้ำดื่ม มาแจกจ่าย หรือให้บริการด้านต่างๆ เป็นการทำ “ความดีเพื่อพ่อ” แก่ผู้ที่เดินทางมาร่วมสักการะพระบรมศพและพักรออยู่ที่บริเวณสนามหลวงนั้นที่เต็นท์ในสนามหลวง ใกล้ศาลหลักเมือง มีกลุ่มจิตอาสา 4 คน กำลังนวดให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน นายสายัณต์ แวงโสม อายุ 38 ปี หมอนวด กล่าวว่า ชักชวนเพื่อน 7-8 คน เดินทางมาที่ท้องสนามหลวง เพื่อนวดคลายเมื่อยเป็นการผ่อนคลายให้กับคนที่มาร่วมอาลัย พวกตนไม่มีทุนทรัพย์ที่จะนำสิ่งของมาแจกเหมือนคนอื่น มีเพียงวิชานวดติดตัวมา จึงระดมทุนกันซื้อยาหม่องมานวดฟรีให้กับทุกคน การนวดมีทั้งแบบใช้ยาหม่องและไม่ใช้ยาหม่อง ตามความปวดเมื่อยและเส้นของแต่ละคน รู้สึกโชคดีที่เกิดเป็นคนไทยในรัชสมัย ร.9

กองทัพบกแจกอาหาร

ที่เต็นท์อำนวยการกองทัพบก ภายในท้องสนามหลวง พล.ท.พิษณุ บุญรักษา หน่วยพลาธิการทหารบกและเจ้าหน้าที่จากกองพลาธิการทหารบก รวมทั้ง น.ส.โชติกา วงศ์วิลาศ หรือเนย ดาราสาวชื่อดังร่วมตักอาหารแจกจ่ายใส่กล่องโฟมให้กับประชาชนที่มาร่วมอาลัย พล.ท.พิษณุกล่าวว่า แบ่งแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่มเป็น 2 ช่วง คือเที่ยงและเย็น ได้วันละ 5,000 คน หรือมากกว่านั้น มีหน่วยงานภาคเอกชนสนับสนุน จะแจกจ่ายทุกวัน ด้าน น.ส.โชติกากล่าวว่า ตั้งใจมาช่วยเหลือ และทำความดี รู้สึกปลาบปลื้มดีใจ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก มารอเข้าร่วมลงนามแสดงความอาลัย ตั้งแต่ช่วงเช้า หากมีเวลาจะมาอีกและได้มอบเงินสนับสนุนแก่กองทัพบก เพื่อใช้จ่ายต่างๆอีกด้วย

“แพทองธาร” จัดของแจก

ช่วงบ่ายบริเวณเต็นท์ 20 ท้องสนามหลวง ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กรรมการมูลนิธิไทยคม พร้อมเจ้าหน้าที่และจิตอาสา นำแซนด์วิช น้ำดื่ม พิมเสน และริบบิ้นสีดำ มาแจกให้กับประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น.ส.แพทองธารกล่าวว่า มาในนามมูลนิธิไทยคมที่คุณพ่อเป็นผู้ก่อตั้ง นำแซนด์วิช ยาดม ทิชชู ทำริบบิ้นสีดำมาแจก รู้สึกสบายใจ สุขใจที่ได้ทำ พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่าง ทรงสอนให้รู้ความพอเพียง เมื่อรับต้องมีการแบ่งปัน เชื่อว่าพระองค์ทรงอยู่ในใจคนไทยตลอดไป

กลุ่มศิลปินจิตอาสาเก็บขยะ

ขณะที่เหล่าศิลปินดาราเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย ทำกิจกรรมอาสาแจกอาหารและเครื่องดื่ม สิ่งของอำนวยความสะดวกต่างๆแก่ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอาทิ โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร เก๋-ชลลดา เมฆราตรี แจ็ค แฟนฉัน ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล พิตต้า ณ พัทลุง เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า นอกจากนี้ ยังมี บิ๊กเอ็ม-กฤตฤทธิ์ บุตรพรม และเพื่อนนักแสดงของช่อง 7 ก็มาร่วมเก็บขยะในพื้นที่สนามหลวงด้วย

ดาราแจกยาดม ร่ม ยาอม ผ้าเย็น

ด้านเก๋-ชลลดา กล่าวว่า วันนี้ครบรอบการเสด็จสวรรคตครบ 7 วันของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนเช้าตนและเพื่อนๆ จึงไปทำบุญที่วัดราชบพิธฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แล้วนำอาหารถวายเพลที่เหลือไปแบ่งปันพี่น้องที่อยู่หัวลำโพงและหมอชิต ส่วนช่วงบ่ายก็ช่วยแจกสิ่งของต่างๆ เช่น ยาดม ร่ม ยาอม ผ้าเย็น ที่สนามหลวง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่เพียงแต่ทรงเป็นแบบอย่างในการเมตตากับเพื่อนมนุษย์เท่านั้น แต่ท่านยังเมตตาไปเผื่อสัตว์ข้างถนนอย่างสุนัขเร่ร่อน พระราชทานชื่อเฉพาะให้สุนัขเหล่านั้นด้วย

กว่า 3 หมื่นคนร่วมลงนามแสดงความอาลัย

เวลา 16.00 น. สำนักพระราชวัง ยุติการลงนามแสดงความอาลัย และสักการะเบื้องหน้าพระบรม ฉายาลักษณ์ ปิดในศาลาสหทัยสมาคม ในวันที่ 5 พร้อมสรุปยอดประชาชนที่เดินทางมาร่วมจำนวน 37,917 คน มีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวน 694,182.75 บาท รวมยอดเงินถวาย 5 วัน เป็นเงิน 1,317,875.75 บาท

คนพิการนั่งวีลแชร์มาแสดงความอาลัย

ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง นายสมชาย เจริญอำนวยสุข อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วย ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย นำคณะคนพิการและผู้แทนองค์กรคนพิการทุกประเภท จำนวน 50 คน ถวายสักการะพระบรมศพ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้อำนวยความสะดวกคนพิการที่นั่งรถวีลแชร์โดยช่วยกันยกขึ้นบนศาลา

ยังซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

ศ.วิริยะให้สัมภาษณ์ว่า คนพิการทุกประเภทซาบซึ้งในพระเมตตาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะคนตาบอดที่ทรงให้เข้าเฝ้าฯ เพื่อพระราชทานเลี้ยงทุกปีใหม่ เท่าที่จำความได้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 ทั้งยังทรงแซ็กโซโฟนให้ฟัง โดยเจ้าฟ้าทุกพระองค์ทรงมาช่วยดูแลเลี้ยงอาหาร และยังพระราชทานนาฬิกาข้อมือสำหรับคนตาบอดและอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ กระทั่งปี พ.ศ.2515 ทรงมีภารกิจมากจึงไม่ได้เข้าเฝ้าฯ แต่ตรัสถามกับผู้เกี่ยวข้องตลอดเวลา สำหรับตนถือว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดเมื่อปี พ.ศ.2518 ได้พระราชทานเข็มภูมิพลในฐานะที่สอบได้ที่ 1 เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีของคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ทั้งยังทรงชมว่าเก่งมาก เป็นความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดไม่ได้

มอบวีลแชร์ 100 คันมาให้บริการ

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) นายสมชาย เจริญอำนวยสุข อธิบดี พก. นำรถเข็นนั่งสำหรับคนพิการ หรือวีลแชร์จำนวน 100 คัน มามอบเพื่อนำไปอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ที่มาแสดงความอาลัย โดยมี พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับมอบ ขณะเดียวกัน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจข้าราชการบุคลากรและเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงาน โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.เฉลิมชัยเดินตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยตามจุดต่างๆบริเวณท้องสนามหลวง ทั้งนี้ รถเข็นวีลแชร์ดังกล่าวจะนำไปให้บริการ 3 จุด คือที่จุดต่อคิวเข้าแสดงความอาลัยศาลหลักเมือง และพระแม่ธรณีบีบมวยผม

“ปนัดดา” ร่ำไห้กล่าวไว้อาลัยในหลวง

เช้าวันเดียวกัน ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป และพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบกำหนดสัตตมวาร (7 วัน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สังกัดสำนักปลัดสำนักนายกฯและสื่อมวลชนเข้าร่วม ม.ล.ปนัดดากล่าวแสดงความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้วลงนามแสดงความอาลัย พร้อมนำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ยืนไว้อาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก่อนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ระหว่าง ม.ล.ปนัดดากล่าวแสดงความอาลัย ม.ล.ปนัดดาได้กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นและน้ำตาคลอเบ้า ทั้งมีข้าราชการบางคนร่ำไห้ออกมาเป็นระยะ

สนช.–สปท.–กรธ.ทำบุญไว้อาลัย

ที่รัฐสภา ช่วงเช้าเช่นกัน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร.อ.ทินพันธ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างทั้ง สองสภา ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง นายพรเพชรได้กล่าวแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า เป็นกษัตริย์ที่ทรงงานตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในทุกภูมิภาคของประเทศ จากนั้นได้ยืนแสดงความอาลัยเป็นเวลา 9 นาที

ยึดพระราชดำรัสเป็นแบบอย่าง

นายพรเพชรให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธี ว่า กิจกรรมดังกล่าวแสดงถึงความจงรักภักดี และแสดงถึงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ที่น่ายินดีคือบรรดาสมาชิกต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ มาร่วมแรงร่วมใจกันอย่างคับคั่ง สนช.จะน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งเป็นหลักที่พระองค์ปกครองคนอื่นโดยธรรม คนอื่นที่ลดหลั่นลงมา หรือผู้ที่ได้รับพระบรมราชโองการ จะต้องปฏิบัติหน้าที่เฉกเช่นเดียวกับพระองค์ท่าน นั่นคือการยึดหลักความเป็นธรรม พระองค์ท่านจะเน้นเรื่องความผาสุกของประชาชนชาวสยาม สนช. ถือเป็นข้าราชการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะต้องปฏิบัติตนตามแบบอย่าง

พระจริยวัตรงดงามครองใจคนไทย

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จัดพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยนายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นำคณะตุลาการ เจ้าหน้าที่ และพนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แสดงความอาลัย รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมขอน้อมจิตแสดงความอาลัยเป็นเวลา 9 นาที ทั้งยังเปิดให้ลงนามแสดงความอาลัย บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า นายนุรักษ์นำกล่าวแสดงความอาลัยว่า ปวงข้าพระพุทธเจ้า ล้วนเกิดและเติบโตมาในรัชสมัยแห่งพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้สำนึกตระหนักเสมอมาในพระราชจริยวัตรที่ทรงพระราชอุตสาหะบำเพ็ญโดยตลอด จึงครองน้ำใจของคนไทยทั้งชาติให้มีใจผูกพันสนิทแนบแน่นด้วยความจงรักภักดีอย่างมิรู้คลาย

ป.ป.ช.พิมพ์หนังสือบรมราโชวาท

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. นำคณะกรรมการ ป.ป.ช.คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. จัดพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความอาลัยพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมลงนามในสมุดแสดงความอาลัย และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 9 นาที เพื่อน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นประธาน ป.ป.ช. นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ถวายภัตตาหารเพล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ครบกำหนดสัตตมวาร (7 วัน) ที่วัดบัวขาว พระอารามหลวง ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ลดธงครึ่งเสา และให้เจ้าหน้าที่ไว้ทุกข์ 1 ปี และจะให้สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดดำเนินการลักษณะเดียวกันด้วย ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการจัดพิมพ์หนังสือรวมพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท เกี่ยวกับการส่งเสริมความ ซื่อสัตย์สุจริตและหนังสือซื่อสัตย์สุจริตตามรอยพ่อ รวมทั้งการจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมความซื่อสัตย์สุจริต ที่พิพิธภัณฑ์ต้านโกง สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนพิษณุโลก เพื่อน้อมเกล้าฯรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

กำลังพล ทอ.ทำบุญ–สวดมนต์ 1 ปี

ที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (บก.อย.) พล.อ.ท.จิรวัฒน์ มูลศาสตร์ ผบ.หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) นำข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและทหารกองประจำการ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร ลงนามแสดงความอาลัย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว โดยมี พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรด้วย พล.อ.ท.จิรวัฒน์ กล่าวว่า หน่วยบัญชาการอากาศโยธินจะจัดกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือ เช่น การแจกริบบิ้น หรือกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลให้จัดพิธีปฏิบัติธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ เจริญจิตภาวนา ซึ่งจะจัดทุกวันพฤหัสฯ เวลา 16.30 น. ทุกสัปดาห์เป็นเวลา 1 ปีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ผอ.ยูเนสโกแสดงความอาลัย

ขณะที่นางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก เดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ฝรั่งเศส แสดงความเสียใจอย่าง สุดซึ้งมายังพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาล และประชาชน ชาวไทย ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใจความว่า ตลอดพระชนม์ชีพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อทรงมุ่งหวังที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน การทรงมีพระอุปนิสัยใฝ่ศึกษาหาความรู้โดยมิหยุดพัก และการทรงเป็นผู้ส่งเสริมด้านการศึกษา คือเสียงสะท้อนอันลึกซึ้งกับคุณค่าของยูเนสโก

“เบิร์ด” ร่ำไห้ไม่หยุดวันเสด็จสวรรคต

ที่อาคารเอ็มจีเอ็มแกรมมี่ฯ วันเดียวกัน คณะผู้บริหาร ศิลปินและพนักงานแกรมมี่ ร่วมพิธีถวายสักการะ แสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรม ฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำโดยนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม และเบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ เบิร์ดให้สัมภาษณ์ว่า ติดตามข่าวมาตลอด ทั้งๆที่ได้ทำใจไว้แล้ว แต่พอมาถึงเวลาจริง ก็ก้มกราบตรงกลางบ้านเลย หัวใจเรามันวูบ แต่เสียงที่บอกออกมาจากหัวใจของเราก็คือ พระองค์ท่านได้ทรงพักแล้ว ความรู้สึกทั้งสูญเสีย ทั้งเศร้า ไม่รู้เรียกว่าความรู้สึกอะไร ท่านทรงเหนื่อยมามากแล้ว ทั้งทรงงาน เหนื่อยจากพระอาการประชวร ท่านได้พักแล้ว แต่ก็ร้องไห้ไม่หยุดเหมือนกัน รู้สึกเสียขวัญ ทั้งที่ผ่านการสูญเสียมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันทวีคูณเป็นอารมณ์ที่คนไทย 70 ล้านคนคิดถึงเรื่องเดียวกันหมด ทุกคนร้องไห้พร้อมกัน

ดาราช่วยสับเปลี่ยนแจกของ

ในส่วนบรรยากาศบริเวณโดยรอบพระบรม มหาราชวัง และท้องสนามหลวง ยังคงมีพสกนิกรชาวไทย พร้อมใจกันแต่งดำทยอยเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กันอย่างหนาแน่น โดยยังคงมีพี่น้องประชาชน หน่วยงานต่างๆ นำขนม อาหารกล่อง และน้ำดื่มมาบริจาค รวมไปถึงเหล่าดารานักแสดง อาทิ บี๋-สวิช เพชรวิเศษศิริ, จุ๊บ-อิทธิกร สาธุธรรม, แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย, ตูมตาม เชิญยิ้ม, เฟิร์ส-ไทธนา อ่อนศรี, กระแต-กระต่าย อาร์สยาม มาเป็นจิตอาสาช่วยแจกน้ำดื่มบริเวณเต็นท์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นเวลา 100 วัน ซึ่งทุกวันจะมีดารานักแสดงที่เป็นอาสาสมัครของมูลนิธิฯ สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาบริการช่วยแจกของให้กับประชาชน

“ต๊อดสิงห์” จัดรถสุขาเคลื่อนที่บริการ

ทางด้านบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้มาตั้งจุดบริการน้ำดื่มสิงห์โดยรอบบริเวณท้องสนามหลวงตลอดทั้งวัน บริการประชาชนผู้ที่มาสักการะพระบรมศพ ในช่วง 7 วันที่ผ่านมาจำนวนกว่า 120,000 ขวด โดยได้รับความร่วมมือจากนักศึกษาเครือข่ายสิงห์อาสาจากมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศกว่า 500 คน หมุนเวียนกันมาช่วยแจกน้ำดื่ม รวมถึงให้บริการด้านปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมกันนี้ นายปิติ ภิรมย์ภักดี หนึ่งในผู้บริหารบริษัทบุญรอดฯได้จัดรถสุขาเคลื่อนที่ “เฮเวน ทอยเล็ท” (Heaven Toilet) จำนวน 2 คัน ไว้บริการประชาชนที่มาร่วมงานอีกด้วย

ชวนแสดงความอาลัยผ่านมือถือ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมมือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย เปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้อย่างทั่วถึง ด้วยการส่ง SMS พิมพ์ 9 ไปยังเลขหมาย 4567999 ทุกเครือข่ายทั่วประเทศฟรี ตั้งแต่ 19 ต.ค.2559 เป็นต้นไป หลังจากพิมพ์ 9 ส่งข้อความไปแล้ว ระบบจะส่งข้อความตอบกลับการร่วมแสดงความไว้อาลัย ว่า “บอกให้ก้องทั่วโลกหล้า ว่าเราคือปวงประชาผู้จงรัก” และแจ้งกำชับไปยังผู้ให้บริการมือถือทุกราย เพิ่มขีดความสามารถโครงข่ายโทรคมนาคม เครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ที่นำมาใช้ในการให้บริการมือถือ ในเขตพื้นที่พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากประชาชนพบปัญหาในการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ แจ้งร้องเรียนมาได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สำนักงาน กสทช. โทร. 1200 ฟรี

ออมสินเปิดแลกธนบัตรอีกรอบ

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินจะเปิดให้แลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2559 ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ และที่สาขาของธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลาทำการของธนาคารฯ 08.30 น.เป็นต้นไป หลังเปิดให้แลกเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม มีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น่าภาคภูมิใจที่ปวงชนชาวไทย ได้แลกธนบัตรที่ระลึกนี้เก็บไว้เพื่อชื่นชมในพระบารมีของพระองค์ตลอดไปตราบนานเท่านาน

ทีโอที–แคท ตั้งจุดบริการไวไฟฟรี

นางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ได้สั่งการให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท ไปติดตั้งจุดให้บริการไวไฟฟรี เขตพื้นที่พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง อำนวยความสะดวกประชาชนให้ใช้บริการไวไฟฟรี เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนจำนวนมาก อาจเกิดปัญหาสัญญาณมือถือขัดข้องในบางช่วง ดังนั้นการใช้ไวไฟฟรี จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อกันได้

ปณ.ทำแสตมป์ในหลวงเป็นที่ระลึก

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทย ได้เตรียมจัดทำแสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย และกิจการไปรษณีย์ไทย จำนวน 9,999,999 ดวง ให้ประชาชนเก็บเป็นที่ระลึก เป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาในรูปแบบของแผ่นตราไปรษณียากร ที่ระลึกพร้อมตราประทับที่ระลึกวันที่ 13 ต.ค.2559 ซึ่งเป็นวันที่เสด็จสวรรคตบนดวงแสตมป์ และจะแจก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการออกแบบและเตรียมจัดพิมพ์ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป

แนะ 6 ขั้นตอนการย้อมผ้า

สำหรับผู้ที่ต้องการย้อมผ้าดำใส่ไว้ทุกข์ นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การนำเสื้อผ้าทั้งเก่าและใหม่มาย้อมเป็นสีดำ จะต้องเลือกใช้สารเคมีที่เหมาะสมกับเนื้อผ้าและหลังการย้อม ต้องมีวิธีบำบัดน้ำ ก่อนทิ้งลงลำรางสาธารณะโดยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีคำแนะนำ 6 ขั้นตอน คือ 1.รวบรวมน้ำทิ้งจากกระบวนการฟอกย้อมลงถังตะกอน 2.ใส่สารส้มและใช้มือกวนน้ำ ที่มีสารส้มเป็นเวลา 5 นาที 3.ใส่แคทไออนโพลิเมอร์และกวนช้าๆประมาณ 3 นาที 4.ปล่อยให้ตกตะกอน 3 ชั่วโมง 5.ถ่ายส่วนน้ำใสออกและปล่อยไหลผ่านชั้นทรายละเอียดและแกลบดำ 6.นำตะกอนตากให้แห้งเก็บในภาชนะ ที่มีฝาปิดมิดชิด รอส่งกำจัดในหลุมฝังกลบที่ปลอดภัย

ไม่ควรนำผ้ากาวมาย้อม

นายสมชายกล่าวอีกว่า เสื้อผ้ารวมถึงด้ายเย็บที่จะนำมาย้อม ต้องเป็นเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ลินิน เส้นใยประดิษฐ์จากธรรมชาติ ได้แก่ เรยอน เนื่องจากเส้นด้ายประเภทอื่นๆ จะย้อมสีไม่ติด และต้องผ่านการซักทำความสะอาดอย่างดี โดยไม่ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เนื่องจากย้อมแล้วสีอาจจะด่าง สำหรับเสื้อผ้าใช้แล้ว ถ้าเป็นผ้าใยธรรมชาติหากย้อมเย็น จะไม่หดตัว แต่ถ้าย้อมร้อนมากๆ อุณหภูมิ 80-100 องศาเซลเซียส อาจหดเล็กน้อยยกเว้นเสื้อที่มีการซับในที่อาจจะหด ผ้าที่มีผ้ากาวไม่ควรนำมาย้อม การย้อมสีดำแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยการละลายผงสี และสารช่วยย้อมในน้ำ 1 ลิตร นำเสื้อผ้าที่สะอาดและแห้ง ลงย้อม 3-5 นาที บิดหมาดแล้วหมักเก็บไว้ 1 คืน จากนั้นซักล้าง ต้มล้างสีส่วนเกินในน้ำร้อน 80 C อีก 10 นาที จึงซักน้ำสะอาด ตากให้แห้ง

ทูลกระหม่อมฯแจกข้าวเหนียวหมูทอด

เวลา 20.10 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญาฯ เสด็จออกทางประตูเทวาพิทักษ์ มาพบปะประชาชนที่ต่างพร้อมตะโกนทรงพระเจริญ ทรงโบกมือทักทายอย่างเป็นกันเอง แล้วเดินเข้าซุ้มแจกข้าวเหนียวหมูทอด 300 ชุด แซนด์วิช 300 ชุด น้ำเปล่า 1,000 ขวด ขณะกำลังแจกของ มีหญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40-50 ปี เป็นลมระหว่างรับของประทาน เจ้าหน้าที่ต้องแบกออกไปปฐมพยาบาล จนอาการดีขึ้น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯกล่าวก่อนกลับว่า อยากให้ประชาชนชาวไทยดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ พร้อมกล่าวต่อว่า อาจจะมาไม่ได้ทุกวัน เพราะติดภารกิจภายในสำนักพระราชวัง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็จะพยายามมาแจกเองให้ได้ทุกวัน

Comments

comments